1. การแข่งขัน Drone Missions มีการแบ่งออกเป็น 2 Challenge ดังนี้

Challenge ที่ 1 : Fight Manual Control

การแข่งขันบังคับโดรนแบบระยะไกลและการแก้รหัสลับด้วยวิธียิงแบบสไนเปอร์

Challenge ที่ 2 : Fight Autonomous 

การแข่งขันเขียนโปรแกรมโดรนแบบอัตโนมัติเพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวาง

2.การแข่งขันจะแบ่งเป็น 2 รุ่น

  • รุ่น Junior 5 – 13 ปี
  • รุ่น Senior 14 – 19 ปี
  • แต่ละทีมประกอบด้วยสมาชิก 3 คน (จะมาจากโรงเรียนเดียวกันหรือไม่ก็ได้)
  • แต่ละทีมจะมีโดรนกี่ตัวก็ได้ไม่จำกัด
  • ทีมจะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษา หรือ ผู้ควบคุมทีม 1  คน
  • แต่ละทีมจะต้องเข้าร่วมทั้ง Challenge ที่ 1 และ Challenge ที่ 2 โดยจะเอาคะแนนที่ดีที่สุดของแต่ละ Challenge มารวมกันและหาผู้ชนะที่มีคะแนนมากที่สุด

3.รูปแบบการแข่งขัน

  • Challenge ที่ 1 : Fight Manual Control
    • ระยะเวลาการแข่งขัน: 5 นาที (300 วินาที)
    • การควบคุมโดรน: แบบบังคับระยะไกลด้วยนักบิน
    • โดรนที่ใช้: ผู้เข้าร่วมต้องใช้โดรน EasyKids HULA Drone เนื่องจากมีระบบยิงอินฟราเรด หรือ ใช้ Tello Series ได้ ในสนามที่ไม่มีการยิงอินฟราเรด
  • Challenge ที่ 2 : Fight Autonomous 
    • ระยะเวลาการแข่งขัน: 10 นาที (600 วินาที)
    • การควบคุมโดรน: บินแบบอัตโนมัติ
    • โดรนที่ใช้: สามารถใช้โดรน EasyKids HULA Drone หรือ Tello Series ได้
  • กติกาการแข่งขัน Challenge ที่ 1 Fight Manual Control
    • Challenge นี้ มี 3 สนาม (ง่าย, ปานกลาง, ยาก)
    • ทีมจะต้องทำ 3 สนาม ภายในเวลา 5 นาที
    • รายละเอียดตำแหน่งของสิ่งกีดขวางที่อยู่ในสนามแข่งขันจะไม่เปิดเผยล่วงหน้า ทีมงานจะทำการเปิดเผยในวันแข่งขันเท่านั้น
    • สนาม ที่ 1 (ง่าย) บังคับโดรนผ่านสิ่งกีดขวาง เช่น ธง, ห่วง, อุโมงค์ ฯลฯ บินผ่านแบบไม่ต้องลงจอด
    • สนาม ที่ 2 (ปานกลาง) บังคับโดรนผ่านสิ่งกีดขวาง และ ยิงเป้าอินฟราเรด เพื่อเปิดกลไกประตู บินผ่านแบบไม่ต้องลงจอด
    • สนาม ที่ 3 (ยาก) บังคับโดรนผ่านสิ่งกีดขวาง และ ยิงอินฟราเรดเพื่อแก้รหัสตัวเลข และต้องลงจอดโดรนในพื้นที่ที่กำหนดเพื่อจบการแข่งขันและทำการบันทึกเวลาที่เหลือ
    • สิ่งกีดขวางแต่ละสนามมี 2-4 อุปสรรค เช่น อุโมงค์, ประตู, และแท่นลงจอด
    • หากโดรนชนหรือหยุดกลางคัน นักบินสามารถเริ่มใหม่ได้จากจุดเริ่มต้นที่กรรมการกำหนด โดยไม่มีการหยุดเวลา
    • ห้ามแตะหรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์สิ่งกีดขวาง หากฝ่าฝืนอาจถูกตัดสิทธิ์ในการแข่งขันทันที
    • ทีมสามารถมีโดรนกี่ตัวก็ได้ สามารถสลับกันแต่ละสนามได้
    • นักบินแต่ละคนสามารถควบคุมโดรนได้เพียงหนึ่งสนามเท่านั้น
    • นิยามการควบคุมโดรน: คือการใช้อุปกรณ์ควบคุมโดรน หากเป็นผู้ช่วยในสนามจะไม่นับเป็นการควบคุมโดรนแต่จะต้องเป็นสมาชิกในทีมเท่านั้น
    • หากนักบิน A ควบคุมโดรนในสนามที่ 1 แล้วสนามที่ 2 และ 3 ต้องเป็นนักบิน B, C เท่านั้น
    • ไม่จำกัดผู้ช่วยในแต่ละสนาม แต่จะต้องเป็นสมาชิกในทีมเท่านั้น ไม่อนุญาติให้ผู้ควบคุมทีมช่วยเป็นอันขาด
    • อนุญาติให้นำอุปกรณ์เสริมเข้าสนามได้ เช่น โครงครอบป้องกัน, แบตเตอรี่สำรอง, รีโมทคอนโทรล, แท็บเล็ตควบคุม, แผนที่สำหรับวางตำแหน่ง, ตลับเมตร, และเทปกาวสำหรับติดพื้น
    • กรรรมการสามารถหยุดการทำงานของโดรนได้หากควบคุมเกินขอบเขตของสนาม
  • เกณฑ์การให้คะแนน Challenge ที่ 1 Fight Manual Control
    • สิ่งกีดขวางแต่ละชิ้นจะมีคะแนน 5 คะแนน
    • กลไกประตูจะมีคะแนน 10 คะแนน
    • รหัสตัวเลขจะมีคะแนน 40 คะแนน
    • หากนักบินมีการขอเริ่มใหม่ในภารกิจนั้นๆ คะแนนที่เคยทำไว้จะถูกเริ่มนับใหม่ 
    • กรรมการจะยุติเวลาของการแข่งขันเมื่อทีมสามารถทำภารกิจได้สำเร็จทั้ง 3 สนามและจะทำการบันทึกคะแนนเวลา
    • เวลาที่เหลืออยู่จะคิดเป็นคะแนนตามเวลาหน่วยวินาที โดย 1 วินาที = 1 คะแนน เช่น ทีม A ทำภารกิจสำเร็จทั้ง 3 สนามและเวลาเหลือ 123 วินาที ฉะนั้นทีม A จะได้คะแนนเวลา 123 คะแนน
    • หากทีมไม่สามารถทำภารกิจได้สำเร็จภายในเวลา 5 นาที ทีมนั้นๆ จะถือว่าไม่มีคะแนนเวลา แต่จะมีคะแนนในการหลบสิ่งกีดขวาง 
    • สนามจะแบ่งเป็น 3 สนาม ลักษณะเป็นพื้นไวนิลมีลวดลาย แต่อาจจะมีการสะท้อนแสงบ้างเล็กน้อย
    • แต่ละสนามจะมีขนาดกว้างไม่เกิน 3 เมตร และยาวไม่เกิน 6 เมตร
  • รูปแบบของสนามสำหรับ Challenge ที่ 1 Fight Manual Control
    • สนามจะแบ่งเป็น 3 สนาม ลักษณะเป็นพื้นไวนิลมีลวดลาย แต่อาจจะมีการสะท้อนแสงบ้างเล็กน้อย
    • แต่ละสนามจะมีขนาดกว้างไม่เกิน 3 เมตร และยาวไม่เกิน 6 เมตร
    • รายละเอียดตำแหน่งของสิ่งกีดขวางที่อยู่ในสนามแข่งขันจะไม่เปิดเผยล่วงหน้า ทีมงานจะทำการเปิดเผยในวันแข่งขันเท่านั้น

  • กติกาการแข่งขัน Challenge ที่ 2 : Fight Autonomous การแข่งขันเขียนโปรแกรมโดรนแบบอัตโนมัติเพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวาง

  • เขียนโปรแกรมควบคุมโดรนแบบอัตโนมัติเท่านั้น
  • ทีมจะต้องเขียนโปรแกรมให้โดรนผ่านสิ่งกีดขวาง 3 ระดับภายในเวลา 10 นาที
  • Challenge นี้ไม่มีระบบยิงอินฟราเรด
  • ระดับที่ 1: (ง่าย) (สนามที่ 1)
  • สิ่งกีดขวาง ธง, ห่วง ฯลฯ (2-4 สิ่งกีดขวาง) (อุปสรรคละ 5 คะแนน)
  • บินผ่านทุกสิ่งกีดขวางโดยเริ่มจากจุดขึ้นบินที่กำหนด
  • ไม่ต้องลงจอด แต่ต้องแจ้งกรรมการเพื่อไปยังระดับที่ 2
  • ระดับที่ 2: (กลาง) (สนามที่ 2) 
  • สิ่งกีดขวาง: ห่วง, อุโมงค์ ฯลฯ (2-4 สิ่งกีดขวาง) (อุปสรรคละ 5 คะแนน)
  • บินผ่านทุกสิ่งกีดขวางโดยเริ่มจากจุดขึ้นบินที่กำหนด
  • ไม่ต้องลงจอด แต่ต้องแจ้งกรรมการเพื่อไปยังระดับที่ 3
  • ระดับที่ 3: (ยาก) (สนามที่ 3) 
  • สิ่งกีดขวาง: ห่วง, ซุ้ม, แท่นลงจอด ฯลฯ (2-4 สิ่งกีดขวาง) (อุปสรรคละ 5 คะแนน)
  • บินผ่านทุกสิ่งกีดขวางโดยเริ่มจากจุดขึ้นบินที่กำหนด
  • ต้องลงจอดในพื้นที่ที่กำหนดเพื่อจบภารกิจและทำการบันทึกคะแนน (ลงจอด 10 คะแนน)
  • หากลงจอดไม่สำเร็จจะต้องทำการเสริมใหม่จากจุดเริ่มต้นเท่านั้น
  • สภาพแวดล้อมของสนามอาจมี Mission Pad, แสงสว่าง หรือสัญญาณรบกวน ทีมต้องเขียนโปรแกรมให้โดรนปรับตัวเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ
  • ทีมมีเวลา 10 นาทีสำหรับเชื่อมต่อ, ทดสอบ, และแข่งขัน โดยจะต้องแจ้งให้กรรมการทราบก่อนเริ่มทำภารกิจ โดยทีมสามารถทดสอบสนามได้ไม่จำกัด
  • ทีมจะเริ่มทำภารกิจจากระดับที่ 1 ไปจนถึงระดับที่ 3 ตามลำดับ แต่ทีมสามารถ ทดสอบระดับอื่นๆก่อนได้ตลอดการแข่งขัน โดยกรรมการจะตัดสินจากสนาม 1, 2, 3 ตามลำดับ (เช่น เมื่อสนาม 1 ทำภารกิจอยู่ สนาม 2 และ สนาม 3 อยากจะทำการทดสอบก็สามารถทำได้ตลอดการแข่งขัน แต่กรรมการจะยังไม่ไปตัดสินสนาม 2 หาก สนาม 1 ยังทำภารกิจไม่สำเร็จ และเมื่อสนาม 1 ทำภารกิจสำเร็จจะมาตัดสินในสนามที่ 2 และ 3 ต่อ ตามลำดับ) 
  • หากโดรนชนหรือหยุดกลางคัน นักบินสามารถเริ่มใหม่ได้จากจุดเริ่มต้นที่กรรมการกำหนด โดยไม่มีการหยุดเวลา กรรรมการสามารถหยุดการทำงานของโดรนได้หากควบคุมเกินขอบเขตของสนาม
  • ห้ามแตะหรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์สิ่งกีดขวาง หากฝ่าฝืนอาจถูกตัดสิทธิ์ในการแข่งขัน
  • รายละเอียดตำแหน่งของสิ่งกีดขวางที่อยู่ในสนามแข่งขันจะไม่เปิดเผยล่วงหน้า ทีมงานจะทำการเปิดเผยในวันแข่งขันเท่านั้น
  • ะบบรหัสโค้ดสำหรับ Challenge ที่ 2 Fight Autonomous (ตัวช่วยในการบิน)
    • มีรหัสโค้ดให้ผู้เข้าแข่งขันเพื่อเป็นตัวช่วยโดยจะถูกสุ่มไปตามอุปสรรคของสนาม
    • รหัสโค้ดเป็นเพียงตัวช่วยในการบินเท่านั้น ไม่ได้มีการบังคับในการทำภารกิจอ่านป้าย
    • มีขนาดสี่เหลี่ยมกว้าง 20 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร หนา 2-3 มิลลิเมตร
    • รหัสโค้ดจะมีทั้งหมด 3 แบบ 

ป้ายรหัส (QR) มีทั้งหมด 10 แบบ (ID: 00 – 09)


ป้ายตัวเลข มีทั้งหมด 10 แบบ (ID: 0 – 9)


ป้ายลูกศรจะชี้บอกนำทางของอุปสรรค

  • กติกาของผู้เข้าแข่งขัน Challenge 2 Fight Autonomous
    • นักบินแต่ละคนสามารถควบคุมโดรนได้เพียงหนึ่งภารกิจเท่านั้น
    • นิยามการควบคุมโดรน: คือการใช้อุปกรณ์ควบคุมโดรน หากเป็นผู้ช่วยในสนามจะไม่นับเป็นการควบคุมโดรนแต่จะต้องเป็นสมาชิกในทีมเท่านั้น
    • หากนักบิน A ควบคุมโดรนในภารกิจที่ 1 ภารกิจที่ 2 และ 3 ต้องเป็นนักบิน B, และ C เท่านั้น
    • ไม่จำกัดผู้ช่วยในแต่ละสนาม แต่จะต้องเป็นสมาชิกในทีมเท่านั้น ไม่อนุญาติให้ผู้ควบคุมทีมช่วยเป็นอันขาด
    • อนุญาติให้นำอุปกรณ์เสริมเข้าสนามได้ เช่น โครงครอบป้องกัน, แบตเตอรี่สำรอง, แท็บเล็ตควบคุม, แผนที่สำหรับวางตำแหน่ง, ตลับเมตร, และเทปกาวสำหรับติดพื้น
  • เกณฑ์การให้คะแนน
    • สิ่งกีดขวางแต่ละชิ้นจะมีคะแนน 5 คะแนน โดยหากทำการผ่านสิ่งกีดขวางได้ กรรมการจะทำการบันทึกคะแนน
    • หากนักบินมีการขอเริ่มใหม่ในภารกิจนั้นๆ คะแนนที่เคยทำไว้จะถูกเริ่มนับใหม่ 
    • กรรมการจะยุติเวลาของการแข่งขันเมื่อทีมสามารถทำภารกิจได้สำเร็จทั้ง 3 สนามและจะทำการบันทึกคะแนน
    • เวลาที่เหลืออยู่จะคิดเป็นคะแนนตามเวลาหน่วยวินาที โดย 1 วินาที = 1 คะแนน เช่น ทีม A ทำภารกิจสำเร็จทั้ง 3 สนามและเวลาเหลือ 120 วินาที ฉะนั้นทีม A จะได้คะแนนเวลา 120 คะแนน
    • หากทีมไม่สามารถทำภารกิจทั้ง 3 สนามได้สำเร็จภายในเวลา 10 นาที จะถือว่าไม่มีคะแนนเวลา แต่จะมีคะแนนในการหลบสิ่งกีดขวาง 
  • การคิดคะแนนผลรวมของการแข่งขัน
    • (คะแนนทำภารกิจใน Challenge ที่ 1 + เวลาที่เหลืออยู่ใน Challenge ที่ 1) + (คะแนนทำภารกิจใน Challenge ที่ 2 + เวลาที่เหลืออยู่ใน Challenge ที่ 2) = ผลรวมของคะแนนทั้งหมด 
    • หากมีการแข่งขันมากกว่า 1 รอบเพื่อให้โอกาสผู้เข้าแข่งขันได้แก้ตัว ทีมงานจะเอาคะแนนรอบที่ดีที่สุดใน Challenge นั้นๆ มาคิดคะแนนหาผู้ชนะ 

รูปแบบของสนามสำหรับ Challenge ที่ 2

  • โดยสนามจะแบ่งเป็น 3 สนาม แต่ละสนามจะมีขนาดกว้างไม่เกิน 3 เมตร และยาวไม่เกิน 6 เมตร ในการวางสิ่งกีดขวางแต่ละสนาม
    • รายละเอียดตำแหน่งของสิ่งกีดขวางที่อยู่ในสนามแข่งขันจะไม่เปิดเผยล่วงหน้า ทีมงานจะทำการเปิดเผยในวันแข่งขันเท่านั้น

คำแนะนำด้านความปลอดภัยในการใช้โดรน

เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าแข่งขัน กรรมการ และผู้ชมทุกคนในงาน ทุกทีมต้องปฏิบัติตามแนวทางด้านความปลอดภัยดังต่อไปนี้

  • การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันใบพัด
    • โดรนทุกลำที่ใช้ในการแข่งขัน ต้องติดตั้งโครงครอบใบพัด เพื่อป้องกันอันตรายจากการหมุนของใบพัด
  • ความปลอดภัยของแบตเตอรี่
    • ใช้เฉพาะแบตเตอรี่ที่แนะนำจากผู้ผลิตเท่านั้น
    • ห้ามชาร์จแบตเตอรี่เกินเวลา และห้ามปล่อยให้ชาร์จโดยไม่มีผู้ดูแล
    • ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ก่อนทำการบินทุกครั้ง
  • การตรวจสอบก่อนบิน
    • ตรวจสอบตัวโดรน รีโมท และอุปกรณ์อื่น ๆ ให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นที่สิ่งกีดขวางปลอดภัยก่อนเริ่มทำการบิน
  • ผู้เข้าแข่งขันสามารถหยุดโดรนขณะบินได้
    • ผู้เข้าแข่งขันต้องสามารถหยุดโดรนขณะบินได้ หรือจับโดรนเพื่อหยุดการทำงานในขณะทำการบินได้
  • กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
    • หากโดรนบินผิดปกติหรือควบคุมไม่ได้ กรรมการมีสิทธิ์สั่งหยุดหรือให้ลงจอดฉุกเฉินทันที
    • ทีมต้องปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการโดยเคร่งครัด
  • อนุญาตให้เฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาตเข้าพื้นที่สนามเท่านั้น
    • เฉพาะสมาชิกทีมที่เข้าแข่งขันและเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่สามารถอยู่ในพื้นที่สนามแข่งขัน
  • จำกัดการใช้งานเฉพาะในอาคาร
    • การบินโดรนในกิจกรรมนี้ต้องอยู่ ภายในพื้นที่ในอาคาร ที่กำหนดเท่านั้น
    • ห้ามบินโดรนภายนอกอาคารในช่วงเวลาการแข่งขัน

รายละเอียดกลไกประตูสำหรับ Challenge ที่ 1 

  • ชุดเป้ายิงม่านประตูไฟฟ้า วงจรควบคุมสื่อสารแบบไร้สาย พร้อมขาตั้งโต๊ะปรับความสูงได้
  • โดยหลักการทำงานจะต้องยิงแสงอินฟราเรดให้ตรงเป้า และเป้าจะล้ม จากนั้นประตูม่านไฟฟ้าจะเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

รายละเอียดกลไกรหัสสุ่มตัวเลขสำหรับ Challenge ที่ 1

  • ชุดเป้ายิงตัวเลขไฟฟ้า พร้อมระบบสุ่มตัวเลข ระบบแสดง Code และระบบตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมขาตั้งสูงจากพื้นประมาณ 60 ซม. 


โดยการทำงานโดรนจะต้องยิงแสงอินฟราเรดให้ตรง AprilTag จากนั้นระบบจะทำการสุ่มตัวเลขขึ้นมา 4 หลัก โดยการยิงแต่ละครั้งระบบจะทำการสุ่มทุกครั้ง

  • จากนั้นให้ทำการยิงแสงแสงอินฟราเรดให้ตรงกับหมายเลขที่สุ่มได้ เช่น ได้หมายเลข 9234 ทีมสามารถยิงไปที่เลข 3294 ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับ และไฟที่ตัวเลขจะเป็นสีเขียว 


หากทีมทำการยิงแสงอินฟราเรดพลาดเป้าไม่มีหมายเลขที่สุ่มได้ ไฟที่ตัวเลขจะเปลี่ยนเป็นสีแดง และไฟสีเขียวของหมายเลขที่เคยยิงได้สำเร็จแล้วจะถูกล้างทั้งหมด จะต้องทำการยิงแสงอินฟราเรดใหม่ทั้งหมด


หากทำภารกิจยิงแสงอินฟราเรดได้สำเร็จทั้ง 4 หมายเลข จะมีไฟแสดงสถานะโชว์สีเขียว ถือว่าทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ


หากทีมทำภารกิจยิงแสงอินฟราเรดไม่ได้สำเร็จทั้ง 4 หมายเลข ภายในเวลา 1:30 นาที ระบบจะทำการ Reset ตัวเลขเป็น “0000” ทั้งหมด ฉะนั้นทีมจะต้องทำการยิงแสงอินฟราเรดที่ AprilTag ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ระบบทำการสุ่มตัวเลขใหม่

รางวัลของการแข่งขัน

1.รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 (1 ทีม) ได้รับโล่รางวัล, 

ประกาศณียบัตรรับรองความสามารถ

สิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ

2.รางวัลรองเลิศอันดับ 1 (1 ทีม) ได้รับโล่รางวัล, 

ประกาศณียบัตรรับรองความสามารถ

สิทธ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ

3.รางวัลรองเลิศอันดับ 2 (1 ทีม) ได้รับโล่รางวัล, 

ประกาศณียบัตรรับรองความสามารถ

สิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ

4.รางวัลรองเลิศอันดับ 3 (1 ทีม) 

ประกาศณียบัตรรับรองความสามารถ

5.รางวัลรองเลิศอันดับ 4 (4 ทีม)  

ประกาศณียบัตรรับรองความสามารถ